วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

คอนโดเก่า จากผู้เช่า เป็นผู้จัดการนิติ ตอนที่ ๔

คอนโดเก่า จากผู้เช่า เป็นผู้จัดการนิติ ตอนที่ ๔



เมื่อมีกำหนดการเลือกตั้งใหม่ เราก็ทำที่ใต้ถุนคอนโดนั้นเอง โดยที่ท่านประธานและผู้จัดการได้ทำการออกจดหมายเรียกลุกบ้าน (ก็เจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารชุดในคอนโดนั่นแหละ) ต้องมีการส่งแบบจดหมายลงทะเบียน โดยการไปคัดลอกที่อยู่มาจากกรมที่ดิน และให้เจ้าของห้องที่อาศัยอยู่ลงชื่อรับเอกสารเมื่อมีพนักงานนิติฯเป็นคนเอาเอกสารไปส่งและให้เซนต์ชื่อทันที ที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อป้องกันคนหัวหมอ บอกว่า ไม่ได้รับเอกสาร แล้วการประชุมจะเป็นโมฆะ ไม่มีผลตามกฏหมายได้

เพื่อป้องกันป้าแต๋วไม่ให้กลับมาเป็นผู้จัดการนิติอีก ทางคณะกรรมการเลยออกกฏ ว่า ผู้จัดการต้องเป็นเจ้าของห้องเท่านั้น และไม่ต้องคดีความ จริงๆแล้วอันนี้กรรมการจะแก้ระเบียบคอนโดตามอำเภอใจไมได้ ต้องแก้ตามมติของที่ประชุมเจ้าของร่วม กรรมการชุดนี้ลาออกทั้งหมด แต่คนที่ไม่อยากให้ป้าแต๋วเข้ามาก็ฟอร์มทีม รวมตัวกัน ขอคะแนนเสียงกัน 

ฝ่ายป้าแต๋วก็มิได้นิ่งนอนใจ ปล่อยข่าวผ่านทางเจ้าของห้อง ซึ่งก็คือร้านทำผม สร้างกระแสว่าอีกฝ่ายสูบเงินกองกลางไปจนหมด สมรภูมินี้สู้กันมันหยดเลยทีเดียว
และแล้ววันเลือกตั้งก็มาถึง เรามีนัดกันวันอาทิตย์ใต้ถุนคอนโด นัดกัน 9 โมงเช้าแต่กว่าจะครบองค์ประชุมก็ปาเข้าไป 10 โมงครึ่ง ตามกฏหมายต้องได้ 25% ของจำนวนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด คือคิดอัตราส่วนเป็นตารางเมตร เช่น ทั้งหมดมี 100 ตารางเมตร ห้องเล็กห้องใหญ่มาประชุมรวมกันต้องได้ 25 ตารางเมตร ไม่อย่างนั้นสภาล่ม องค์ประชุมไม่ครบ 

เมื่อได้องค์ประชุมแล้ว มีทั้งแบบมอบฉันทะมา ซึ่งก็คนหนึ่งจะรับมอบได้ไม่เกิน 3 ห้อง ลงทะเบียนกันเสร็จสรรพ ที่ประชุมต้องทำการเลือกประธานในที่ประชุมโดยลุกบ้านทุกคน ณ ที่ประชุมนั้น ทำการเลือกขึ้นมาเพื่อดำเนินการประชุมตามวาระ ที่ประชุมเลือก คุณหมอน่ารัก ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ขี้นเป็นประธานในที่ประชุม 

ในวาระแรก ก็ให้ชี้แจงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ผู้จัดการคนก่อนคือทั่นประธานก็ไม่สามารถชี้แจงได้ แกให้เหตุผลว่า บัญชีทำไม่ด้ เพราะป้าแต๋วผู้จัดการคนก่อนแกเอาเอกสารรายรับรายจ่ายไป ไม่สามารถตั้งงบได้ ลูกบ้านก็มีการโห่ด่ากัน แกก็ตอบโต้ เป็นอย่างนี้ประมาณชั่วโมง นี่แค่วาระแรกก็ปาเข้าไป ๑๑ โมงแล้ว

วาระถัดไป ก็เป็นการเลือกคณะกรรมการ ซึ่งตามกฏหมาย ต้องมีอย่างต่ำ ๓ คน แต่ไม่เกิน ๙ คน ลูกบ้านทั้งสองฝ่ายก็ส่งคนมาลง เพื่อรับการเลือกตั้ง แต่ก็ลงกันไม่ครบ ๙ คนหรอกนะ ได้กรรมการแค่ ๕ คนเอง มีผมเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ที่ลงเพราะตอนนั้นไฟแรงคิดว่าเราน่าจะเปลี่ยนสภาพคอนโดเก่าเน่าหนอนแห่งนี้ให้เป็นคอนโดที่น่าอยู่ได้ 

ถัดมาก็ถึงวาระสำคัญที่ทุกคนรอคอย คือ วาระการเลือกตั้งผู้จัดการ ตื่นเต้นไม่แพ้เลือกประธานาธิบดีเลยแหละ งานนี้ป้าแต๋วจัดคะแนนเสียงจัดตั้งมาเต็ม อีกฝ่ายก็จัดมาเต็มเหมือนกัน โดยเฉพาะนายสุบินซึ่งมีห้องในมือไม่ต่ำกว่า ๑๐ ห้อง

ก่อนจะไปต่อขอเล่าถึงป้าแต๋วซักนิดหน่อย แกเป็นอดีตผู้จัดการนิติบุคคลและพยายามหวนกลับมามีอำนาจอีกครั้งหลังจากโดนปฏิวัติไปคราวที่แล้ว

เดิมทีคอนโดแห่งนี้สร้างเสร็จในปี ๒๕๓๗ โดยมีหุ้นส่วนช่วยกันสร้างช่วยกันขาย ป้าแต๋วและพี่มินนี่ ได้เข้ามาทำงานนิติบุคคล เป็นพนักงาน โดยทั้งคุ่เป็นคู่สะใภ้กัน และสามีของพี่มินนี้ตั้งบริษัทจัดการนิติบุคคล โดยตัวสามีแกเป็นผุ้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ทำกันไป ทำกันมา ปรากฏว่า มีเหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้นทำให้พี่มินนี่และสามีโดนลูกบ้านโหวตออกและระเห็จออกไปก่อนที่เรื่องจะแดงขึ้นมา โดยมีแพะรับบาปคือ น้องเก้งพนักงานธุรการ ซึ่งก่อนหน้าจะเกิดเรื่องขึ้น พี่มินนี่ได้เขี่ยป้าแต๋วกระเด็นออกไปล่วงหน้าแล้ว

เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นลูกบ้านเลยลงชื่อกันเรียกประชุมด่วน พร้อมกับไปเชิญป้าแต๋วกลับมาทำหน้าที่ ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด โดยแกก็หนีบลุกน้องคู่บารมีแกเข้ามาด้วย

เมื่อป้าแต้วมาทำงาน แกสามารถสร้างฐานะจากคนนั่งรถเมลล์มาทำงาน ๔ ปีผ่านไป เธอก็มีวีออสป้ายแดง พร้อมบ้านเดี่ยวหนึ่งหลัง ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า

๑ ป้ารับเป็นนายหน้าจัดการเรื่องห้องเช่า เมื่อมีคนมาฝากให้เช่าห้อง 
ตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี ๒๕๔๐ ซึ่งไม่นานหลังจากคอนโดสร้างเสร็จ มีคนซื้อห้องเพื่อเก็งกำไรมากมายและเมื่อขายต่อไม่ออกก็ปล่อยให้ธนาคารยึด มีนายทุนเข้าไปประมูลมาได้ถูกๆ ห้อง ๓๐ ตารางเมตร ได้ไปในราคา ๒๕๐,๐๐๐ ห้อง ๔๐ ตารางเมตร ราคา ๓๕๐,๐๐๐ แล้วนำมาตกแต่งปล่อยให้เช่า บางรายก็มีกันเป็น ๑๐ ห้องเลยทีเดียว เพราะปล่อยเช่าไม่ยาก เนื่องด้วยอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า และต้นสายรถตู้เข้าเมือง ไปไหนมาไหนสะดวก

มีการตกลงกันระหว่างป้ากับเจ้าของว่าจะแบ่งค่าเช่าเดือนแรกให้กับป้าเพื่อเป็นค่าจัดการ โดยป้าเป็นคนรวยรวมค่าเช่าไปให้เจ้าของ ซึ่งก็ทำให้เกิดช่องว่างในการทุจริตได้ บางทีหรือหลายๆที ป้าจะกันไม่ให้คนเช่ากับเจ้าของเจอกัน หรือติดต่อกันได้ เมื่อครบเดือน ลูกบ้านก็เอาเงินมาจ่ายไว้ที่นิติบุคคล (สำนักงานนิติบุคคล๗ มันจะมีกรณีที่ลูกบ้านยังไม่ได้ย้ายออก แต่ป้าไปบอกเจ้าของว่า ย้ายไปแล้ว ป้าก็เก็บค่าเช่าต่อไปซักเดือนสองเดือน ชิวๆ หรือกรณีที่ไปแจ้งเจ้าของห้องว่าห้องว่างไม่มีคนเช่า แต่จริงๆแล้วมีคนมาเช่าได้สองเดือนแล้ว เป็นต้น

๒ การซื้อขายห้อง โดยบวกราคาเพิ่ม

ปรกติจะมีคนมาฝากให้ป้าขายห้องเพราะว่าแกเป็นนิติ เช่น ห้อง ๓๐ ตารางเมตร เจ้าของอยากได้ ๕ แสน แต่ไปบอกขาย ๕ แสน ๗ เผื่อต่อ ๕ แสน ๕ ป้าก็ปล่อยเลย ได้กำไรเนาะๆ ๕ หมื่น ปีนึงทำซักสิบห้องก็สบายแล้ว 
๓ การซ่อมแซมห้อง หรือ ซ่อมแซมคอนโด 
ป้าก็จะหาผู้รับเหมาที่ป้าสามารถกินหัวคิวได้เบาๆ มาทำการซ่อมแซม ซ่อมแล้วซ่อมอีก แก้ไม่หาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา น้ำรั่ว จากดาดฟ้า และน้ำรั่วจากห้องข้างบนลงล่าง



แทรกเรื่องป้าแต๋วมาเสียยาว กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ

วาระเลือกผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ป้าแต๋วก็ได้คะแนนเสียงนำโด่ง แต่อนิจจา มันไม่ถึง ๒๕ % ของจำนวนกรรมสิทธิ์รวมทั้งหมด เลยต้องให้คณะกรรมการทั้ง ๕ คนทำการประชุมเพื่อเลือกผู้จัดการรักษาการกึ่งถาวร
ทั้ง ๕ คนมีดังนี้ 
๑ ผมเองผู้เล่า ๒ นายสุบิน คู่แค้นฝังหุ่นป้าแต๋ว คนนี้มีห้องกว่าสิบห้องในมือ ๓ พี่มินนี่ return (แกแอบมาซื้อห้องไว้เพื่อได้สิทธิ์เข้ามาโหวตและเป็นกรรมการ จุดประสงค์หลักคือตีกัน ป้าแต๋ว) ๔ พี่เกด เจ้าของร้านเสริมสวย และเป็นลุกหนี้ป้าแต๋วด้วยอีกฐานะหนึ่ง 

ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่มีใครยอมเป็นผู้จัดการ หวยเลยมาออกที่ผม ตอนนั้น ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าอาสาเข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาตึก (ดูดีไปไหมเนี่ย)

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ 

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

คอนโดเก่า จากผู้เช่า สุ่ผู้จัดการนิติบุคคล ตอนที่ 3

เก่าไปใหม่มา
หลังจากป้าแต๋วได้พ่ายแพ้ในสำหรับตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลฯ แต่ที่ประชุมได้เลือก จริงๆแล้วก็ไม่ได้เลือกคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด แต่มีคนเสนอตัวกันมา ๗ คน และไม่ต้องเลือกเพราะเป็นได้ถึง ๙ คน ซึ่งคณะกรรมการส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกของท่านประธาน ส่วนกรรมการชุดเก่าต่างเข็ดขยาดไม่อยากเป็นต่อ เลยไม่สมัคร

บรรยากาศหลังเลิกประชุม บรรดาลูกบ้านต่างกลับจากโรงแรม ทางกรรมการชุดใหม่ได้เข้ามายึดอำนาจ ล็อคห้องทำงานของป้าแต๋ว ไม่ให้เข้าไม่ให้ออก แต่ก็สายไปเสียแล้ว เอกสารบางส่วนป้าแกได้นำออกไปแล้วเมื่อมารู้ภายหลัง 

ในที่ประชุมได้ลงมติเลือก นายสุบิน ซึ่งเป็นคนที่มีห้องในคอนโดมากเป็นสิบห้อง และปล่อยให้เช่า มาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการคอนโด และนายยุทธนาเป็นประธานคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด แต่เมื่อนำไปจดทะเบียนกับทางกรมที่ดินแล้วไม่สามารถทำได้เนืองจากตาม พระราชบัญญัติอาคารชุด พุทธศักราช ๒๕๕๑ ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต้องได้รับคะแนะเสียง ๒๕ เปอร์เซนต์จากลูกบ้านทั้งหมด เมื่อไม่สามารถเป็นได้ ทางคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดต้องประชุมกันเพื่อเลือกผู้จัดการรักษาการ ผลที่ได้คือเลือกนายยุทธนาเป็นผู้จัดการนิติ

ทางป้าแต๋ว ก็ไม่ใช่ว่าจะยอมแพ้ง่ายๆ เริ่มเดินเกมส์ปลุกระดมลูกบ้าน ปล่อยกระแสว่าทางคณะกรรมการชุดใหม่ที่เข้ามาจะโกงบ้าง (ซึ่งบางท่านก็เคยมีประวัติ) และยุไม่ให้ลูกบ้านจ่ายค่าส่วนกลาง 


ค่าส่วนกลางของคอนโดที่นี่เก็บถูกมาก คือคิดตารางเมตรละ 10 บาท ค่าเก็บขยะ 20 ค่าสระว่ายน้ำ 30 บาท ต่อเดือน ปรกติแล้ว ค่าใช้จ่ายกับรายได้ก็ปริ่มๆ ทุกเดือนอยู่จากงบรายเดือนที่ทางนิติต้องติดประกาศทุกเดือน


เมื่อท่านประธานมาเป็น ก็นำญาติมาทำงานด้วยโดยให้เงินเดือน 8000 คนนึง กับ 9000 คนนีง จากแต่เดิมที่เคยใช้แค่คนเดียว 7500 

แต่การปลุกระดมของป้าแต๋วเป็นผล เพราะมีการปล่อยข่าวสร้างกระแสต่อต้านคณะกรรมการชุดนี้มากมาย ค่าส่วนกลางที่เคยเก็บได้พอสมควรก็เริ่มไม่พอ ไม่มีงบจะปรับปรุงอะไรได้ กอรป ทางฝั่งป้าแต๋วเองก็ดูแลห้องเช่าจำนวนมากให้กับลูกค้า คือ บางรายก็ซื้อห้องไว้เป็นสิบๆห้องให้เช่า และให้ป้าแต๋วคอยเก็บค่าเช่าส่งให้ 

ทางนิติจะฟ้องลุกบ้านเรื่องไม่จ่ายค่าเช่า ก็ไม่ค่อยจะคุ้มค่าทนาย เรื่องเลยคาราคาซัง ค่าใช้จ่ายเดือนๆนึงก็ไม่ใช่น้อย ค่าไฟส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าจ้างยาม และค่าซ่อมอื่นๆอีกมากมายเพราะตัวตึกเก่าแล้ว อายุจะยี่สิบปี 


สุดท้ายรัฐบาลเอ๊ย คณะกรรมการชุดนี้ก็ต้องเรียกประชุมใหม่ เพื่อเลือกคณะกรรรมการและผู้จัดการนิติ หรือที่ภาษาปากเรียก ผู้จัดการคอนโด ใหม่อีกครั้ง 

โปรดติดตามตอนต่อไป

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

คอนโดเก่า จากคนเช่า จนเป็นผู้จัดการนิติบุคคล ภาค ๒

คอนโดเก่า จากคนเช่า จนเป็นผู้จัดการนิติบุคคล ภาค ๒

หลังจากทำห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็ย้ายเข้ามาอยู่ ในช่วงนั้นเป็นเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงปลายวาระการเป็นผู้จัดการคอนโดตามภาษาพูดของชาวคอนโดจะเรียกผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดว่า ผู้จัดการคอนโด ทางคณะกรรมการได้มีกำหนดให้มีการประชุมประจำปีเพื่อพิจาณาผลการดำเนินการและมีการเลือกตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลจากลูกบ้าน

ป้าแต๋วซึ่งเป็นผู้จัดการก็ได้ออกหนังสือเชิญประชุม โดยคำสั่งของท่านประธานกรรมการนิติบุคคล ที่นี่มันมีเรื่องกันอยู่ว่า ทางท่านประธานและกรรมการบางท่านสงสัยว่าป้าแต๋วจะทุจริตในเรื่องของการฝากห้องให้เช่า และการซื้อขายคอนโด จึงมีการวิ่งเต้นล๊อบบี้ เพื่อที่จะโค่นป้าแต๋วลงให้ได้
ฝ่ายป้าแต๋วก็มีการปล่อยข่าวประมาณว่า ไม่เลือกเรา เขามาแน่ คือ ๒ ปี ก่อนที่ป้าแต๋วจะเข้ามา ทางลูกบ้านได้จ้างบริษัทเข้ามาบริหาร ซึ่งผู้จัดการคอนโดเป็นน้องของสามีเก่าป้าแต๋ว และเอาภรรยาคือพี่ซาร่ามาทำด้วย ตอนนั้นมีปัญหาเรื่องการทุกจริต ยักยอก อมเงิน รับเงินแล้วไม่เอาเงินเข้าบัญชี ลูกบ้านเลยต้องไปอัญเชิญป้าแต๋ว ซึ่งเคยทำงานกับบริษัทที่มารับจ้างบริหาร ก่อนโดนน้องสามีเขี่ยกระเด็นออกไป
ตอนนั้นเพื่อนที่อยู่คอนโดมาก่อน ก็มาเล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมของพี่ซาร่าแอนด์เดอะแก๊งค์ เช่น เก็บเงินค่าส่วนกลางแล้วไม่เอาเข้าบัญชี ช่างคอนโดเข้ามาซ่อมแล้วของหาย ไม่รับผิดชอบมั่ง สารพัดเรื่องราว เลยมีใจเอนเองไปทางป้าแต๋ว และรู้สึกไม่ชอบพี่ซาร่า



เมื่อวันประชุมมาถึง ท่านประธานแจ้งแต่แรกแล้วว่าจะไปจัดที่โรงแรมสามดาวแถวๆคอนโดเนื่องจากคอนโดมันไม่ส่วนตัว ปรกติเขาก็ประชุมกันที่ที่จอดรถใต้ตึก แต่นี่ไปจัดเสียค่อนข้างไกล ตามกำหนดการจะเริ่มประชุมเวลา 13.00 กว่าลูกบ้านจะมากันครบก็ร่วม 14.00 บางคนรอไม่ไหวกลับไปก็มี แต่ก็ต้องฝากใบมอบฉันทะไว้ ตามกฏหมาย การจะประชุมแล้วถูกต้องตาม พ.ร.บ อาคารชุด ต้องมีผู้ร่วมเข้าประชุม เกิน 30% โดยคิดจากสัดส่วนการถือครองกรรมสิทธิ์ เช่น ทั้งตึกคิดเป็นกี่ตารางเมตร ส่วนที่ลูกบ้านถือครองกี่ตารางเมตร ก็เอามาคิดเป็นเปอร์เซนต์เทียบกัน



เริ่มประชุมจริงๆ เวลา บ่ายสอง โดยวาระแรกๆ ป้าแต๋วก็รายงานว่าทำอะไรไปบ้าง ชี้แจงงบต่างๆ และนำผู้สอบบัญชีมาด้วย มีการเถียงกันอย่างหนัก โจมตีกันไปมา แบ่งแยกลุกบ้านเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน คือ ฝ่ายนิยมป้าแต๋ว ผู้จัดการเก่า และฝ่ายท่านประธานซึ่งเป็นทนายความ การประชุมดำเนินไปอย่างน่าเบื่อ และด่ากันไปมา จนมาถึงวาระสำคัญ คือการเลือก กรรมการ และผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด
ตอนเลือกกรรมการ ทางฝ่ายท่านประธานก็เสนอตัวกรรมการขึ้นมา ทางฝ่ายป้าแต๋วก็ไม่มีใครยอมมาเป็นกรรมการ ซึ่งตามกฏหมาย กรรมการต้องมีอย่างต่ำ 3 คน สุงสุดไม่เกิน 9 คน มีคนเสนอตัวแค่ 7 คน จึงเป็นอันตกลงกันที่ 7 คน



วาระสำคัญมาถึง คือ การเลือกผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด โดยมีผู้ลงสมัครสองท่านคือ ป้าแต๋ว และ นายสุบิน ปรากฏว่าป้าแต๋วแพ้ไปไม่กี่คะแนน นายสุบินได้เป็นผู้จัดการ ตามที่ท่านประธานวางตัวไว้
แต่อีกนั้นแหละ เมื่อไปจดทะเบียนที่สำนักงานกรมที่ดินก็ไม่สามารถจดทะเบียนได้เนื่องจากตาม พ.ร.บ อาคารชุด ฉบับ 2551 กำหนดไว้ว่าผู้จัดการต้องได้รับเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25% ของกรรมสิทธิ์รวมทั้งหมด เช่นทั้งตึกมี 100 ตารางเมตร ลูกบ้านที่มาลงต้องรวมๆขนาดห้องให้ได้ 25 ตารางเมตร
เมื่อคะแนนเสียงไม่ถึง ท่านประธานยงยุทธ จึงต้องมาเป็นผู้จัดการแทน ไว้ติดตามตอนต่อไปว่า ท่านประธานจะบริหารคอนโดอย่างไรภายใต้ภาวะความแตกแยก


วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

คอนโดเก่า จากคนเช่า เป็นผู้จัดการนิติ

คอนโดเก่า จากคนเช่า เป็นผู้จัดการนิติ

จากคนเช่า เป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ภาค ๑ 

การซื้อคอนโดเก่ามือสอง คอนโดเก่าก็เร้าใจ

เมื่อปี 2551 ผมได้ซื้อคอนโดเก่าอายุกว่า 16 ปี ตอนซื้อไม่ได้ขอดูโฉนดก่อนจึงไม่ทราบว่ามันเก่าถึงเพียงนี้

การขายดำเนินการโดยป้าผู้จัดการคอนโดซึ่งรับจ๊อบเป็นคนซื้อขายด้วย 
ราคาที่บอกขายป้าแกบอก 750,000 ซึ่งสภาพห้องก็เน่ามาก ด้วยความที่ชอบรีโนเวท (ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดที่ไม่ประเมินราคาการปรับปรุงก่อนตัดสินใจซื้อ) ก็ได้ตกลงซื้อไป ที่นี่ปัญหาของคอนโดมือสอง มือสาม หรือมือสี่ ในการกู้ธนาคารก็คือ ราคาที่ซื้อขายส่วนมากจะสูงกว่าราคาประเมิน หรือได้ไม่เต็มวงเงินกู้ 
คอนโดที่ผมซื้อราคาประเมินของกรมธนารักษ์อยู่ที่ ตารางเมตรละ 15,000 มี 40 ตารางเมตร จึงเป็น 600,000 
ที่นี่จะทำไงกันดี 

ก็เลยทำสัญญาซื้อขายกันสองฉบับ ฉบับแรกทำไป 850,000 ไว้กู้ธนาคาร อีกฉบับทำไว้ 750,000 ตามราคาที่ตกลงจริงๆ ที่นี่ธนาคารปล่อยกู้ก็แค่ 70 – 80 เปอร์เซนต์ของราคาประเมิน หรือ ราคาซื้อขาย ขึ้นอยู่กับว่าอะไรจะสูงกว่ากัน 

โชคดีที่ ธนาคารให้บริษัทมาประเมิน แต่เราต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประเมิน ได้ราคาที่ 850,000 ออมสินปล่อยที่ 80 % เลยต้องหาเงินมาเพิ่มอีก แสนกว่าบาท 




คนขายอยู่สกลนคร มอบอำนาจให้ป้าผู้จัดการนิติเป็นคนซื้อขาย วันโอน ค่าธรรมเนียมต่างๆแกออกหมด นั่งคุยกับคนที่จะขาย เลยได้ทราบความจริงว่า เขาขายแค่ 700,000 แต่ป้ามาบอก 750,000 ได้เยอะนะเนี่ย ไอ้เราก็ไม่ดูให้ดีก่อน แต่ก็เอาเหอะ ซื้อแล้ว ป้าแกทำเป็นธุรกิจ จากคนไม่มีรถ มีบ้าน ก็มีรถมีบ้าน จากการซื้อขายห้องนี่แหละครับ




พอได้ห้องมาชื่นชมสมใจก็หาช่างมาซ่อมห้องเพราะเจ้าของเก่าเขาให้คนเช่า ห้องเน่ามาก 




หมดไป 1 แสน งามพอประมาณ 




ไว้มาเล่าตอนหน้านะครับว่าทำอีท่าไหนถึงได้ไปเป็นกรรมการคอนโด และเป็นผู้จัดการนิติต่อมา

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558

น้าสุข กับการเกษียณที่ไม่เป็นสุข

น้าสุข กับการเกษียณที่ไม่เป็นสุข


แกเกษียณมาจากการประปา ได้ 6 ปี ได้เงินมาก้อนนึง 1.7 ล้านบาท
แต่ก็หมดลงภายในเวลา 4 ปี

ตอนแกเกษียณ แกเอาเงินไปออกแท๊กซี่มือสอง มา 2 คัน ตกคันละ 400,000
แกไม่ขับเอง จ้างคนขับ กะว่าได้วันละ 400 ต่อคัน มีสองคันก็แปดร้อย
เดือนนึงไม่ต้องทำไร ได้สามหมื่นเนาะๆ สบายๆ

แต่ที่ไหนได้ คนขับที่มาเช่ารถแกมันรู้กันกับอู่
รถแกเดี๋ยวเสีย เดี๋ยวซ่อม ซ่อมตลอดๆ จนบานปลายไม่ได้เงิน
นิสัยส่วนตัวแกก็ไม่เคยทำมาหากินอย่างอื่น เครียด กินเหล้า โดนผู้หญิงหลอกอีก
เงิน 1.7 ล้านหมดไปภายใน 4 ปี


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ควรมีความรู้ทางการเงินก่อนเกษียณ อย่าทำอะไรที่ไม่ถนัด
ก่อนเกษียณก็หาความรู้บ้าง อะไรไม่เคยทำก็ศึกษา แก่แล้วโอกาสแก้ตัวหมดแล้วล่ะนั
ตอนนี้แกรับจ้างเฝ้าสุขา เก็บตังค์หน้าห้องน้ำ พอประทังชีวิต

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เมื่อฉันเลิกกิจการเกสต์เฮ้าส์

เลิกกิจการเกสต์เฮ้าส์

ตอนนี้ก็ได้เลิกกิจการเกสต์เฮ้าส์ไปแล้วด้วยหนี้สินหลักแสน 

ตอนแรกทางเจ้าของเก่าประกาศขายมานานแล้ว แต่ไม่มีใครซื้อ 
แกเคยทำเองมาก่อน แต่เจอช่วงกีฬาสีเลยไปไม่ไหว ต้องให้พวกนักเรียนเทคนิค พาณิชย์เช่า 
เขาโกหกเราตั้งแต่แรกว่ารายได้ค่าเช่าของเขาเดือนละ 20,000 แต่ไปถามคนเช่าเขาจ่ายแค่ 1200 แล้วก็รวมค่าไฟ สภาพห้องก็สลัมสุดๆ 

ตอนนั้นอะไรบังตาไม่รู้ทำให้ดูไม่ละเอียดถ้วนถึ่ สภาพห้องก็ไม่ดี แต่เราไม่ดูให้ละเอียด เมื่อเข้าไปทำแล้วต้องเสียเงินปรับปรุงเยอะทีเดียว

ลุงแกจะขายทั้งหมด 2.5 ล้านบาท เราเลยขอเป็นเช่าแล้วกัน แกให้วางประกันของเสีย 70,000 ตอนแรกจะเอาแสนนึง จะมีของอะไรเสียหาย เพราะมันเน่าขนาดนี้



ที่นี่เมื่อตกลงทำแล้วก็ต้องหาช่างต่อไป แต่ช่างที่ได้มาก็แย่มากงานหยาบทำวันหยุดสองวัน ปวดหัวมากๆ แล้วจะมาเล่าต่อนะครับ ตอนนี้เลิกทำและขายอุปกรณ์ทิ้งหมดแล้ว 

บทเรียนที่ ๑ จะเสียเงินดูให้ละเอียดรอบคอบ

สภาพอาคารต้องดูให้ละเอียด ยิ่งไปเช่าเขาด้วย เรามีโอกาสเสียเปรียบได้มาก ควรจ้างช่างหรือวิศวกรเข้าไปดูสภาพและประเมินราคาค่าปรับปรุงด้วย 
แต่นี่ผมไม่ทำเลย เอาเร็วอย่างเดียว พอซ่อมและปรับปรุงจริงๆก็หมดเงินไปหลาย ห้องตาลุงแกไม่ฉาบข้างนอก ช่องบนกั้นระหว่างห้องก็ไม่มีเสียงดังลอดข้ามห้องได้ด้วย 

ใกล้ๆก็มีบ้านทำผักกาดดองอีก กลิ่นใช้ได้เลยทีเดียว

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เรื่องเศร้าของสาวออฟฟิส ติดหนี้บัตร

ขอเป็นโค้ชกะเขามั่ง ไม่ได้ตังค์หรอกนะ
มีเคสนึง เป็นพนักงานออฟฟิส รุ่นใหญ่วัยราบ 11 คือใกล้หลักสี่
เป็นหนี้บัตรและสินเชื่อบุคคลสิริรวม 400,000 กว่าบาท
ด้วยเงินเดือน 25,000 เหลือกินจริงๆ เดือนนึง ประมาณ 3,000 กว่าบาท
เธอเล่าว่าบางที ซื้อไข่พะโล้มา ผ่าครึ่งกินทีละมื้อ
เอาเงินไปให้จ่ายเจ้าหนี้ ดอกเบี้ยกินหมด
เป็นงี้มาปีแล้วปีเล่า


ตอนแรกแนะนำวิธีไป นางบอกไม่เอาอ่ะ กลัวเสียเครดิต ติดแบล็คลิสต์
บอกว่าจะกู้ซื้อคอนโดในอนาคต คิดในใจ มึงยังไม่รู้ตัว
ใครเขาจะให้กู้ล่ะคุณ เต็มวงเงินขนาดนี้
ต้องคุยอยู่นาน และให้กลับไปคิด
ตอนนั้นนางเปรียบเหมือนคนไข้อาการหนัก ต้องห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อน
และผ่าตัดใหญ่


สุดท้ายยอมทำตามที่แนะนำ ก็ตามนี้แหละนะ
http://debtclub.consumerthai.org/index.php…
ตอนนี้ หนี้บัตรหมดไปกว่าครึ่ง
และไม่เครียด ไม่ต้องกินไข่พะโล้ผ่าครึ่งแต่ละมื้อแล้ว
ยอมล้มในวันนี้ แล้วลุกขึ้นมาใหม่ดีกว่า


หวังว่านางคงเข็ด
จากโค้ชน้าซิงห์